 |
| บริการฝ่ายแพทย์ และพยาบาล
|
|
|
กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 "จามจุรีเกมส์"
ในการแข่งขัน กีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 "จามจุรีเกมส์" นั้น คณะกรรมการฝ่ายการแพทย์ อนามัย และตรวจสารต้องห้าม ได้จัดบริการการตรวจรักษาพยาบาลในขณะแข่งขัน ดังนี้
- รอบคัดเลือก (เขตกรุงเทพมหานคร) วันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2553
- จัดหน่วยปฐมพยาบาลสนาม และรถพยาบาล ประจำสนามแข่งขันกีฬาฟุตบอลทั้ง 2 สนาม
- จัดชุดปฐมพยาบาลสนาม และรถพยาบาล ประจำสนามกีฬาในร่ม ศูนย์กีฬาแห่งจุฬาฯ สำหรับชนิดกีฬาต่างๆ ที่แข่งขันภายในสนามของศูนย์กีฬา (บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล, เซปักตะกร้อ) และสนามใกล้เคียง (วอลเลย์บอลชายหาด, เปตอง)
- กรณีที่ต้องมีการรักษาพยาบาลหรือการวินิจฉัยเพิ่มเติม จะทำการส่งต่อไปที่หน่วยพยาบาลฉุกเฉิน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในกรณีนี้ขอให้แต่ละสถาบันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเอง
- บริการตรวจรักษาพยาบาล นักกีฬา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาทุกสถาบัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 22 มกราคม 2554 เวลา 9.30 – 20.00 น ที่ ศูนย์บริการสุขภาพแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคาร จามจุรี 9 ชั้น 2 นอกเหนือจากเวลาดังกล่าวขอให้เข้ารับบริการ ณ ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ( โทร. 02-2564214 , 02-2564553-5)
- บริการหน่วยปฐมพยาบาลพร้อมรถพยาบาล ประจำสนามแข่งขันกีฬา ในทุกชนิดกีฬาที่จะต้องมีหน่วยปฐมพยาบาลสนามประจำขณะมีการแข่งขัน ทั้งในการแข่งขันกีฬาในรอบคัดเลือก และ รอบมหกรรม
- บริการคลินิกกายภาพบำบัด ให้กับนักกีฬาทุกสถาบัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 22 มกราคม 2554 เวลา 9.30 – 20.00 น ที่ คลินิกกายภาพบำบัด อาคาร จามจุรี 9
- ควบคุมการใช้สารต้องห้าม ของนักกีฬา บริหารจัดการเกี่ยวกับการสุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬา
- โปรดแสดงบัตรประจำตัวนักกีฬา เจ้าหน้าที่ (ID Card) ทุกครั้งเมื่อมารับบริการ
กรณีที่ต้องส่งต่อนักกีฬา เพื่อการรักษา ตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม จะดำเนินการส่งต่อไปที่ ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือ ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลตำรวจ แต่ละสถาบันต้องรับผิดชอบในค่ารักษาพยาบาลเอง
ขั้นตอนการตรวจสารต้องห้าม
- นักกีฬาทุกคนมีโอกาสถูกสุ่มตรวจสารต้องห้ามได้
- เจ้าหน้าที่จากฝ่ายควบคุมการใช้สารต้องห้าม จะแนะนำตัวพร้อมกับแจ้งให้ทราบว่าท่านเป็นนักกีฬาที่ถูกเลือกตรวจสารต้องห้าม
- เมื่อได้รับแจ้งแล้ว นักกีฬาจะต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ควบคุมการใช้สารต้องห้ามตลอดเวลา
- นักกีฬาลงนามรับแจ้งในแบบฟอร์มที่เจ้าหน้าที่นำมา แล้วนักกีฬาจะถือสำเนาไว้ 1 ฉบับ ต้นฉบับจะถูกส่งมาที่สถานีเก็บตัวอย่าง และนักกีฬาต้องมารายงานตัวทันที ที่สถานีเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสารต้องห้าม ยกเว้นบางกรณี เช่น บาดเจ็บ มีรายการแข่งขันต่อ รับเหรียญรางวัล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมการใช้สารต้องห้าม พานักกีฬามาที่สถานีเก็บตัวอย่าง นักกีฬาต้องนำบัตรประจำตัวนักกีฬามาด้วย (นักกีฬาควรมีบัตรประจำตัว พกพาไว้เสมอ
- ถ้านักกีฬาอายุ ต่ำกว่า 18 ปี ให้มีผู้ฝึกสอน แพทย์ประจำทีม หรือเพื่อนร่วมทีมติดตามนักกีฬาร่วมสังเกตการณ์กระบวนการได้ 1 คน ทั้งนี้ผู้ที่มากับนักกีฬาจะต้องอยู่ทีมเดียวกับนักกีฬาและต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ
- การไม่ลงนามรับแจ้งหรือปฏิเสธไม่ยอมรับแจ้ง การไม่ไปรายงานตัวหรือปฏิเสธไม่ให้เก็บตัวอย่างปัสสาวะ ถือว่ามีความผิดเช่นเดียวกับการถูกตรวจพบสารต้องห้าม
- เมื่อมาถึงสถานที่เก็บตัวอย่างนักกีฬาและผู้ติดตามจะต้องคอยอยู่ในห้องที่จัดเตรียมไว้ให้เพื่อรอเรียก ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่จนกว่านักกีฬาจะพร้อมปัสสาวะ ให้นักกีฬาเลือกภาชนะเก็บปัสสาวะด้วยตนเอง แล้วจึงเข้าไปในพื้นที่เก็บตัวอย่างปัสสาวะ
- ห้ามบันทึกภาพหรือเสียงใดๆ ภายในสถานีตรวจปัสสาวะระหว่างการเก็บตัวอย่าง และห้ามใช้โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ
- การเก็บตัวอย่างปัสสาวะจะมีเจ้าหน้าที่เข้าสังเกตการณ์ด้วย ปริมาตรที่ต้องการคือ 90 มิลลิลิตร กรณีที่เก็บตัวอย่างไม่ครบตามปริมาณที่กำหนด จะให้นั่งรอจนกว่าจะพร้อมปัสสาวะอีกครั้ง ในระหว่างรอ นักกีฬาสามารถเลือกหยิบเครื่องดื่มที่เตรียมไว้ให้ได้ด้วยตนเอง
- เมื่อได้ตัวอย่างปัสสาวะครบ 90 มิลลิลิตร ให้นักกีฬาเลือกชุดภาชนะบรรจุด้วยตนเอง พร้อมทั้งตรวจดูหมายเลขบนกล่องภาชนะ ขวดบรรจุ และฝาขวด ต้องเป็นหมายเลขเดียวกัน
- การเทปัสสาวะลงในขวดบรรจุ ให้แบ่งเทลงในขวดที่เลือกมาจำนวน 2 ใบ ขวด A 60 ml. และขวด B 30 ml. โดยควรเทใส่ขวด B ให้เรียบร้อยก่อนจึงเทใส่ขวด A ปิดฝาให้แน่นและคว่ำขวดเพื่อตรวจสอบว่ามีการรั่วซึมออกมาหรือไม่
- เจ้าหน้าที่จะตรวจความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะที่เหลือในภาชนะ ว่ามีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์หรือไม่ ถ้าไม่ผ่านอาจต้องรอปัสสาวะใหม่อีกครั้ง
- เจ้าหน้าที่จะสอบถามนักกีฬาถึงยาที่ใช้ภายใน 7 วันที่ผ่านมา นักกีฬาควรเตรียมข้อมูลในส่วนนี้ให้พร้อมตลอดเวลา และควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและตัวเลขที่กรอกลงในเอกสารต่างๆ หากถูกต้องให้นักกีฬาและผู้ติดตามลงชื่อในแบบฟอร์ม จึงจะได้รับอนุญาติให้ออกจากสถานีเก็บตัวอย่างสารต้องห้ามได้
|